พื้นที่ปฏิบัติงาน

ในรอบปีที่ผ่านๆ มาเกิดวิกฤตการณ์น้ำท่วมใหญ่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย รวมทั้งเกิดไฟป่า แผ่นดินทรุดพังทลาย ทั้งพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคอีสาตอนล่าง ที่เป็นแนวป่าเขียวชอุ่มถูกทำลายจากน้ำมือของมนุษย์ ปัญหาที่เกิดจากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติก็เกิดการเปลี่ยนแปลง สัตว์ป่าก็ถูกทำร้ายถูกฆ่า เพื่อขายเป็นอาหารเปิบพิสดาร  แม้แต่ภูมิอากาศก็ยังเกิดการเปลี่ยนแปลง บางครั้งฝนก็ตกหนักมากจนเกิดอุทกภัย บางครั้งก็แล้งเกิดวิกฤตภัยแล้ง บางครั้งก็เกิดภัยหนาว ซึ่งปัญหาใหญ่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ป่าไม้ถูกทำลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ ทำให้ทุกคนต้องหันกลับมาสนใจในเรื่องของป่าไม้
ดังนั้น ท่านผู้หญิง อภิรดี  ยิ่งเจริญ  และครอบครัว ได้คำนึงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ที่อยากจะช่วยแผ่นดินเท่าที่สามารถทำได้ไม่มากก็น้อย จึงจัดตั้งโครงการนี้ขึ้นชื่อว่า “โครงการรักษ์ป่า พะยูงไทย พยุงธรรม เพื่อแผ่นดินถวายแด่พ่อหลวง” และกำหนดให้จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดนำร่องที่จะริเริ่มโครงการฯ

                                                                             พลเอกหญิง ดร. ท่านผู้หญิง อภิรดี  ยิ่งเจริญ

            ดิฉัน สุภัตรา  ยิ่งเจริญ  ตำแหน่งเลขาของ พลเอกหญิง ดร. ท่านผู้หญิง อภิรดี  ยิ่งเจริญ  และอีกตำแหน่งคือ บุตรสะใภ้  ได้ทำหน้าที่ดำเนิน“โครงการรักษ์ป่า พะยูงไทย พยุงธรรม เพื่อแผ่นดินถวายแด่พ่อหลวง” ในฐานะที่ได้รับนโยบายจากท่านผู้หญิงให้ปฏิบัติการแทนในการทำงานในโครงการฯ ซึ่งคุณแม่ได้รับจดหมายร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬในเรื่องของการตัดไม้ทำลายป่า, เรื่องของไม้พะยูง, เรื่องของยาเสพติด, พระถูกรังแกจากการปกป้องผืนป่า, ชาวบ้านไม่มีที่ทำกิน โดยทุกเรื่องมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ปกครอง เข้ามาเกี่ยวข้องในจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะผู้ปฏิบัติงานดิฉันและสามีลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในสิ่งที่เกิดขึ้นในจังหวัดบึงกาฬ ซึ่ง ณ ขณะนั้นจังหวัดบึงกาฬยังเป็นแค่อำเภอบึงกาฬยังขึ้นตรงกับจังหวัดหนองคาย ความรู้สึกครั้งแรกที่เข้ามาในอำเภอบึงกาฬเป็นอำเภอที่ไกลมากขับรถประมาณ ๑๑ – ๑๒ ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ สามีและดิฉันเข้ามาในพื้นที่ที่ถูกร้องเรียนสิ่งแรกที่ได้เห็นกับตาคือป่าไม้ถูกทำลายเห็นตอไม้ใหญ่ๆเต็มไปหมดและมีต้นยางพาราปลูกเต็มจนขึ้นไปถึงภูเขา พบตอไม้พะยูงที่ถูกตัดเต็มไปหมดและเมื่อเข้าไปกราบพระตามวัด ได้ทราบจากพระสงฆ์ว่า พระถูกทำร้ายจากขบวนการตัดไม้และจากเจ้าหน้าที่ของรัฐจริง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องจึงกลับเข้ามาเรียนให้คุณแม่ทราบและเราได้ปรึกษากันในเรื่องที่เกิดขึ้น คุณแม่เคยปรารภกับลูกๆว่า คุณแม่อยากช่วยงานแผ่นดิน อยากช่วยพระองค์ท่านอีกทางหนึ่ง ตอนนี้เรามีโอกาสแล้ว คุณแม่และครอบครัวอยากทำงานช่วยพระองค์ท่าน มาปิดทองหลังพระโดยทำโครงการในภาคส่วนเอกชน อย่างที่พระองค์ท่าน  เคยมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับความสำคัญของผืนป่าในประเทศไทย ในปัจจุบันถูกทำลายเป็นจำนวนมากและเรื่องของไม้พะยูง สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ ให้รักษาไม้พะยูงให้ลูกหลานได้ดูและไม้พะยูงถือว่าเป็นไม้ที่เป็นไม้ของสูงที่นำมาใช้ได้กับวัดวาอาราม การสร้างพระราชวังและเครื่องใช้ของพระมหากษัตริย์ จากพระราชดำรัสและพระราชเสาวนีย์ของทั้งสองพระองค์ ทำให้คุณแม่และครอบครัวริเริ่มทำโครงการฯ โดยในช่วงแรกยังไม่มีชื่อโครงการ
ดิฉันถูกเลือกให้มาทำหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ส่วนสามียังต้องทำงานประจำจึงลงในพื้นที่ไม่ได้บ่อยนัก และเมื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ได้ในระยะหนึ่งจึงมีการตั้งชื่อโครงการว่า “โครงการรักษ์ป่าพะยูงไทย พยุงธรรม เพื่อแผ่นดินถวายแด่พ่อหลวง” ดิฉันมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันหนึ่ง  “โครงการรักษ์ป่า  พะยูงไทย  พยุงธรรม  เพื่อแผ่นดิน  ถวายแด่พ่อหลวง”  จะมีผลสัมฤทธิ์และก่อเกิดประโยชน์ให้กับชาติ  ศาสนา และพระมหากษัตริย์  อย่างที่ท่านผู้หญิงและครอบครัวของเราตั้งมั่นที่จะทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม  โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างใด  และเชื่อมั่นว่าความดีมีจริง  ฉะนั้นสิ่งดีๆย่อมเกิดขึ้นเป็นแน่แท้
                                                                                           สุภัตรา  ยิ่งเจริญ
                                                                                    รักแผ่นดินและในหลวงยิ่งชีวิต

Duron Harmon Authentic Jersey Brandon Sutter Jersey