สารจากเลขาธิการ

ดิฉัน สุภัตรา  ยิ่งเจริญ  ตำแหน่งเลขาของ พลเอกหญิง ดร. ท่านผู้หญิง อภิรดี  ยิ่งเจริญ  และอีกตำแหน่งคือ บุตรสะใภ้  ได้ทำหน้าที่ดำเนิน “โครงการรักษ์ป่า พะยูงไทย พยุงธรรม เพื่อแผ่นดิน ถวายแด่พ่อหลวง” ในฐานะที่ได้รับนโยบายจากท่านผู้หญิงให้ปฏิบัติการแทนในการทำงานในโครงการฯ ซึ่งคุณแม่ได้รับจดหมายร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่จังหวัด       บึงกาฬ  ในเรื่องของการตัดไม้ทำลายป่า, เรื่องของไม้พะยูง, เรื่องของยาเสพติด, พระถูกรังแกจากการปกป้องผืนป่า, ชาวบ้านไม่มีที่ทำกิน โดยทุกเรื่องมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ปกครอง เข้ามาเกี่ยวข้องในจังหวัดบึงกาฬ ในฐานะผู้ปฏิบัติงานดิฉันและสามีลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในสิ่งที่เกิดขึ้นในจังหวัดบึงกาฬ ซึ่ง ณ ขณะนั้นจังหวัดบึงกาฬยังเป็นแค่อำเภอบึงกาฬยังขึ้นตรงกับจังหวัดหนองคาย ความรู้สึกครั้งแรกที่เข้ามาในอำเภอบึงกาฬเป็นอำเภอที่ไกลมากขับรถประมาณ ๑๑ – ๑๒ ชั่วโมง จากกรุงเทพฯ สามีและดิฉันเข้ามาในพื้นที่ที่ถูกร้องเรียนสิ่งแรกที่ได้เห็นกับตาคือป่าไม้ถูกทำลายเห็นตอไม้ใหญ่ๆเต็มไปหมดและมีต้นยางพาราปลูกเต็มจนขึ้นไปถึงภูเขา  พบตอไม้พะยูงที่ถูกตัดเต็มไปหมด และเมื่อเข้าไปกราบพระตามวัด ได้ทราบจากพระสงฆ์ว่า พระถูกทำร้ายจากขบวนการตัดไม้และจากเจ้าหน้าที่ของรัฐจริง  นอกจากนี้ยังมีเรื่องของยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องจึงกลับเข้ามาเรียนให้คุณแม่ทราบและเราได้ปรึกษากันในเรื่องที่เกิดขึ้น คุณแม่เคยปรารภกับลูกๆว่า คุณแม่อยากช่วยงานแผ่นดิน อยากช่วยพระองค์ท่านอีกทางหนึ่ง ตอนนี้เรามีโอกาสแล้ว คุณแม่และครอบครัวอยากทำงานช่วยพระองค์ท่าน มาปิดทองหลังพระโดยทำโครงการในภาคส่วนเอกชน อย่างที่พระองค์ท่าน  เคยมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับความสำคัญของผืนป่าในประเทศไทย ในปัจจุบันถูกทำลายเป็นจำนวนมากและเรื่องของ         ไม้พะยูง  สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ ให้รักษาไม้พะยูงให้ลูกหลานได้ดู  และไม้พะยูงถือว่า  เป็นไม้ที่เป็นไม้ของสูงที่นำมาใช้ได้กับวัดวาอาราม การสร้างพระราชวังและเครื่องใช้ของพระมหากษัตริย์  จากพระราชดำรัสและพระราชเสาวนีย์ของทั้งสองพระองค์ ทำให้คุณแม่และครอบครัวริเริ่มทำโครงการฯ โดยในช่วงแรกยังไม่มีชื่อโครงการดิฉันถูกเลือกให้มาทำหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ส่วนสามียังต้องทำงานประจำจึงลงในพื้นที่ไม่ได้บ่อยนัก และเมื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ได้ในระยะหนึ่งจึงมีการตั้งชื่อโครงการว่า  “โครงการรักษ์ป่า  พะยูงไทย  พยุงธรรม  เพื่อแผ่นดินถวายแด่พ่อหลวง” 

            ดิฉันมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันหนึ่ง  “โครงการรักษ์ป่า  พะยูงไทย  พยุงธรรม  เพื่อแผ่นดิน  ถวายแด่พ่อหลวง”  จะมีผลสัมฤทธิ์และก่อเกิดประโยชน์ให้กับชาติ  ศาสนา และพระมหากษัตริย์  อย่างที่ท่านผู้หญิงและครอบครัวของเราตั้งมั่นที่จะทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม  โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์แต่อย่างใด  และเชื่อมั่นว่าความดีมีจริง  ฉะนั้นสิ่งดีๆย่อมเกิดขึ้นเป็นแน่แท้

                           สุภัตรา   ยิ่งเจริญ